พระคัมภีร์ได้สั่งให้เรานัดกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนั่นก็คือการไปคริสตจักรนั่นเอง “อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น” (ฮีบรู 10:25) มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อฟังสิ่งที่พระคัมภีร์สอนแต่ไม่ไปคริสตจักรอย่างสม่ำเสมอ

ปัญหาที่อยู่ภายในเรื่องนี้คือ ธรรมชาติของคริสเตียน และเรื่องคริสตจักร และทั้งสองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน

เมื่อคนหนึ่งมาเป็นคริสเตียน พวกเขาไม่ใช่คนๆหนึ่งที่เพิ่งมาเป็นคริสเตียน แต่พวกเขากลายมาเป็นส่วนหนึ่งของพระกายของพระคริสต์ (ซึ่งนั่นคือ คริสตจักร) เปาโลได้กล่าวไว้ใน 1 โครินธ์ 12:13:

เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว หรือพวกกรีก เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน และพระวิญญาณองค์เดียวนั้นซาบซ่านอยู่
หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เมื่อคนใดคนหนึ่งมาเป็นคริสเตียน พวกเขาได้รับบัพติศมาเข้าสู่กายเดียว (ของพระคริสต์) และพวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งในกายนั้นร่วมกับคริสเตียนคนอื่น ๆ เปาโลได้อธิบายเรื่องคริสตจักรต่อไปอีกในข้อ 14-26 และได้ชี้แจงว่า เช่นเดียวกับที่อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย (ตา,มือ,แขน,ขา และอื่นๆ) มีความสำคัญ ทุกส่วนในพระกายของพระคริสต์ก็มีความสำคัญเช่นกัน เปาโลสรุปไว้ในข้อที่ 27 ดังนี้:

ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น
ดังนั้น ถ้ามีคนใดคนหนึ่งที่เป็นคริสเตียนแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกของคริสตจักรและไม่ไปคริสตจักรอย่างสม่ำเสมอ เขากำลังบอกกับส่วนอื่นๆของร่างกาย (คริสเตียนคนอื่นๆ) ว่า “ฉันไม่ต้องการพวกคุณ” (1โครินธ์ 12:21) อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว เราต้องการกันและกัน ดังเช่นที่ร่างกายของมนุษย์ต้องการอวัยวะทุกๆส่วน : ไม่ว่าจะเป็นศีรษะ, ขาและเท้า และอื่นๆ
ธรรมชาติของการร่วมมือกันของคริสตจักรได้ปรากฏในพระคัมภีร์ใหม่ในอีกภาพหนึ่งที่ใช้สำหรับคริสตจักร ตัวอย่างเช่นภาพของพระวิหารใน 1 เปโตร 2:5
และท่านทั้งหลายก็เสมือนศิลาที่มีชีวิต ที่กำลังก่อขึ้นเป็นพระนิเวศฝ่ายพระวิญญาณ เป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ เพื่อถวายสักการบูชาฝ่ายวิญญาณ ที่ชอบพระทัยของพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์
(ให้สังเกตว่า “ท่านทั้งหลาย” กำลังพูดถึงหลายคน : พวกท่านทุกคน, ล้วนเป็นเหมือนศิลาที่มีชีวิต, กำลังถูกสร้าง)
และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพระคัมภีร์ใหม่จึงเต็มไปด้วยคำสั่งให้รักกันหรือรับใช้กันและกัน เพราะว่าเราเป็นกายเดียวกันและเราต้องการกันและกัน และคริสเตียนคนอื่นๆ ต้องการเราด้วยเช่นกัน ข้อพระคัมภีร์ในพระคัมภีร์ใหม่ที่สั่งเราถึงวิธีที่เราควรปฏิบัติต่อกันและกันมีดังนี้:

  • 1 เปโตร 1:22 : “ที่ท่านทั้งหลายได้ชำระจิตใจของท่านให้บริสุทธิ์แล้ว ด้วยการเชื่อฟังความจริง จนมีใจรักพวกพี่น้องอย่างจริงใจ ท่านทั้งหลายจงรักกันให้มากด้วยน้ำใสใจจริง”
  • ฮีบรู 10:24: “และขอให้เราพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร จึงจะปลุกใจซึ่งกันและกันให้มีความรักและทำความดี”
  • ฟิลิปปี 2:3-4: “อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆด้วย”
  • กาลาเทีย 6:1-2: “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย แม้จับผู้ใดที่ละเมิดประการใดได้ ท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระวิญญาณ จงช่วยผู้นั้นด้วยใจอ่อนสุภาพให้เขากลับตั้งตัวใหม่ โดยคิดถึงตัวเอง เกรงว่าท่านจะถูกชักจูงให้หลงไปด้วย จงช่วยรับภาระของกันและกัน ท่านจึงจะได้ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระคริสต์”
    เอเฟซัส 4:25: “เหตุฉะนั้นท่านจงเลิกพูดมุสาเสีย และ จงพูดความจริงต่อกัน เพราะว่าเราต่างก็เป็นอวัยวะของกันและกัน”

 

พระเจ้ามีจริง และพระองค์ทรงรักคุณ

มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะเห็นได้อย่างชัดเจนในตอนนี้ แต่หากคุณได้เริ่มต้นแสวงหาพระเจ้าแล้ว พระองค์จะทรงเปิดเผยพระประสงค์ในชีวิตของคุณให้กับคุณได้รู้ พระองค์ต้องการช่วยคุณจริงๆ และในวันนี้ขอให้คุณได้เข้ามาหาพระองค์
Tagged with →