รักอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้ตัว?

รั ก อ ย่ า ง ไ ร ใ ห้ อี ก ฝ่ า ย รู้ ตั ว ❓

รักนะ…แต่ดูไม่ออก
เคยเป็นไหมที่แสดงออกว่ารักชัดเจนตลอด
แต่อีกฝ่ายกลับไม่รับรู้ 😂
👉 การแสดงความรัก…
ถือว่าเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง
หากคุณสื่อสารผิดหรือใช้ภาษาผิด
อีกฝ่ายอาจจะเข้าใจสิ่งที่
คุณต้องการสื่อสารผิดเพี้ยนไปได้
หรืออาจจะไม่เข้าใจเลยก็ได้
ฉะนั้นเลยอยากแนะนำให้คุณรู้จัก 5 ภาษารัก
ที่คุณสามารถใช้สื่อสารความรักของคุณออกไปให้ถูกต้อง
และช่วยให้อีกฝ่ายสัมผัสและ #รับรู้ได้ว่าคุณรักเขา
👉 คุณสามารถสังเกตดูได้อยากปฏิกิริยา
ตอบสนองของเขาเวลาคุณแสดงความรัก
หรืออาจะถามเขาก็ได้ว่าการกระทำแบบไหน
(5 ภาษารักนี้ เราได้รับแบบอย่างมาจากพระเยซูที่แสดงออกต่อเรา)
1. การบริการหรือการปรนนิบัติ (Act of Service)
เป็นรักที่ #แสดงออกด้วยการกระทำ บางสิ่งบางอย่าง
ให้อีกฝ่าย เช่น ทำอาหารให้ ช่วยทำงาน
หรือช่วยอำนวยความสะดวกบางด้าน
เป็นการดูแลเอาใจใส่อีกฝ่าย
คนที่มีภาษารักนี้ เขาจะมักช่วยเหลือดูแลคนอื่น
เพื่อแสดงออกว่าเขารักและใส่ใจอีกฝ่าย
เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องการและมักจะไวต่อการ
แสดงความรักในรูปแบบรี้มากกว่าวิธีอื่นๆด้วย
(แบบอย่างจากพระเยซู)
“พระองค์ทรงลุกขึ้นจากการรับประทานอาหารเย็น
ทรงถอดฉลองพระองค์ออกวางไว้
และทรงเอาผ้าเช็ดตัวคาดเอวพระองค์ไว้
แล้วก็ทรงเทน้ำลงในอ่างและ
ทรงตั้งต้นเอาน้ำล้างเท้าของพวกสาวก
และเช็ดด้วยผ้าที่ทรงคาดเอวไว้นั้น”
(ยอห์น 13:4-5)
2. คำพูดให้กำลังใจหรือเติมเต็ม (Word of Affirmation)
ในภาษาคริสเตียนจะเรียกภาษารักนี้ว่า คำพูดหนุนใจ
แต่ไม่ใช่เพียงการพูดพูดคำว่ารักเท่านั้น
ยังรวมไปถึง การขอบคุณ การให้กำลังใจ
การชื่นชมอีกฝ่าย
สำหรับคนที่อยู่ในภาษารักนี้
คุณอาจจะแสดงออกเป็นกระทำ
มากมายว่าคุณรักเขา
แต่เขาเหล่านี้นก็ยังคง
ด้วยอยู่ดี
(แบบอย่างจากพระเยซู)
“เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย
คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน
เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร
เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น”
(ยอห์น 13:34)
3. การสัมผัส (Physical Touch)
และจะรู้สึกได้ถึงความรักและความอบอุ่น
จากอีกฝ่ายเมื่อถูกสัมผัส อาจจะเป็นการกอด
การจับมือ แตะไหล่
คุณอาจจะไม่ต้องพูดอะไรมากกับคนที่มีภาษารักนี้
เมื่อมนุษย์ได้รับการสัมผัสจากความรัก
ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน
ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความสุขออกมา
(แบบอย่างจากพระเยซู)
“มีสาวกคนหนึ่งที่พระเยซูทรงรัก
ได้เอนกายอยู่ที่พระทรวงของพระเยซู”
(ยน. 13:23)
4. การใช้เวลาที่มีคุณค่าด้วยกัน (Quality time)
#การใช้เวลาร่วมกัน หรือทำกิจกรรมด้วยกัน
เป็นสิ่งที่คนที่มีภาษารักนี้ต้องการมากที่สุด
แต่ไม่ใช่เพียงแต่อยู่ด้วยกันเฉยๆ
แต่ควรให้คุณค่าแก่กันและกัน
ในเวลาที่อยู่ด้วยกัน
(แบบอย่างจากพระเยซู)
“ก่อนเทศกาลปัสกาเมื่อพระเยซูทรงทราบว่า
ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะทรงจากโลกนี้ไปหาพระบิดา
พระองค์ทรงรักพวกของพระองค์ซึ่งอยู่ในโลกนี้
พระองค์ทรงรักเขาจนถึงที่สุด
ทรงล้างเท้าของพวกสาวก
ขณะเมื่อรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว”
(ยอห์น 13:1-2)
5. การให้ของขวัญ (Giving gifts)
สำหรับคนที่มีภาษารักเป็น #การให้ของขวัญ
ของขวัญที่คุณให้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง
เพียงแค่เป็นของขวัญที่เต็มไปด้วยความหมาย
การแสดงออกความรักของคนกลุ่มนี้
จะเป็นเรื่องของการให้และการรับ
(แบบอย่างจกาพระเยซู)
“นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย
จงทำอย่างนี้ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา”
(ลูกา 22:19)
ของขวัญที่พระเยซูให้กับมนุษย์ทุกคน
อาจจะดูเป็นของขวัญที่ไม่เหมือนของขวัญ
จากใครที่คุณเคยได้รับมาก่อน
เพราะนั่นคือร่างกายและชีวิตของพระองค์
ที่ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่ความบาปให้กับคุณ
และสามารถกลับมามีความสัมพันธ์
กับพระเจ้าที่สร้างคุณได้อีกครั้ง
หากคุณอยากมีประสบการณ์กับความรักของพระเยซู
คุณก็สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวคุณเอง
หรือถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
เรายินดีให้คำแนะนำ
ทักแชทเพจของเรามาได้เลย

สนใจรู้จักพระเจ้ามากขึ้น...?